23 กุมภาพันธ์ 2569
“สมบัติของผู้ดี” เป็นหนังสือที่รวบรวมหลักธรรมเนียมและมารยาทอันดีงามของไทย ประพันธ์โดย เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว.เปีย มาลากุล) ซึ่งคำว่า "ผู้ดี" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้ที่มีฐานะร่ำรวยหรือมีชาติตระกูลสูงส่ง แต่หมายถึง "ผู้ที่ประพฤติดีทั้งกาย วาจา และใจ"
หลักสมบัติผู้ดีแบ่งออกเป็น 10 ประการ ดังนี้:
ผู้ดีย่อมรักษาความเรียบร้อย: การแต่งกายสะอาดสะอ้าน รู้จักกาลเทศะ ไม่ทำเสียงดังโวยวาย หรือแสดงกิริยารบกวนผู้อื่น
ผู้ดีย่อมไม่ทำอุจาดลามก: ไม่แสดงกิริยาหรือพูดจาส่อเสียด ลามกอนาจาร และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่น่ารังเกียจในที่สาธารณะ
ผู้ดีย่อมมีสัมมาคารวะ: อ่อนน้อมถ่อมตน เคารพผู้ใหญ่ ให้เกียรติผู้อื่น และรู้จักกล่าวคำว่า "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ"
ผู้ดีย่อมมีกิริยาอันเป็นที่รัก: มีไมตรีจิต ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะน่าฟัง ไม่แสดงอาการก้าวร้าวหรือปั้นปึ่ง
ผู้ดีย่อมเป็นผู้มีสง่า: วางตัวดี มีความมั่นใจในตัวเองอย่างพอเหมาะ ไม่อวดเบ่ง ไม่ข่มผู้อื่น และมีบุคลิกภาพที่สง่างาม
ผู้ดีย่อมปฏิบัติการงานดี: มีความรับผิดชอบ ขยันขันแข็ง ตรงต่อเวลา และตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
ผู้ดีย่อมเป็นผู้ใจดี: มีเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และพร้อมช่วยเหลือเมื่อมีโอกาส
ผู้ดีย่อมไม่เห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว: นึกถึงส่วนรวม ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ไม่นินทาว่าร้าย และรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ผู้ดีย่อมรักษาความสุจริตซื่อตรง: ซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น รักษาคำพูด ไม่คดโกง และยืนหยัดในความถูกต้อง
ผู้ดีย่อมไม่ประพฤติชั่ว: ละเว้นจากการทำบาป ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข และมีสติยั้งคิดในการดำเนินชีวิต
ข้อสังเกตเพิ่มเติม: ในหนังสือต้นฉบับจะมีการแบ่งรายละเอียดการปฏิบัติในแต่ละข้อออกเป็น 3 ทาง ได้แก่ กายจริยา (การกระทำทางกาย), วจีจริยา (การใช้คำพูด), และ มโนจริยา (ความคิดและจิตใจ) เพื่อให้เห็นภาพการเป็นผู้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ
ในหนังสือ "สมบัติผู้ดี" ท่านผู้ประพันธ์ได้สอดแทรกการนำหลัก 10 ประการมาปฏิบัติจริง โดยแบ่งออกเป็น 3 ทาง คือ กายจริยา วจีจริยา และมโนจริยา เพื่อให้เห็นว่าการเป็น "ผู้ดี" ที่แท้จริงนั้น ต้องงามพร้อมทั้งภายนอก (การกระทำและคำพูด) และภายใน (ความคิดและจิตใจ)
ผมขอสรุปตัวอย่างข้อปฏิบัติที่โดดเด่นในแต่ละด้าน เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ดังนี้
เน้นไปที่การแสดงออกทางร่างกาย กิริยามารยาท การแต่งกาย และการวางตัวในสังคม
การรักษากิริยา: เดิน นั่ง ยืน อย่างสำรวม ไม่เดินลากเท้า ไม่นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าในที่สาธารณะ หรือไม่ทำกิริยาข้ามกรายผู้อื่น
ความสะอาดเรียบร้อย: แต่งกายให้สะอาดสะอ้าน รัดกุม เหมาะสมกับสถานที่และกาลเทศะ
การแสดงความเคารพ: รู้จักก้มศีรษะเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ ไหว้ทักทายอย่างถูกต้อง และรู้จักการลุกให้ที่นั่งแก่ผู้ที่ควรให้
การควบคุมตนเอง: ไม่หาวเรอ ดม แคะ แกะ เกา หรือทำเสียงดังรบกวนผู้อื่นในที่สาธารณะ และไม่หยิบฉวยข้าวของของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
เน้นที่ศิลปะการสื่อสาร การเลือกใช้ถ้อยคำ และมารยาทในการสนทนา
การพูดจาไพเราะ: ใช้คำสุภาพ ไม่พูดคำหยาบคาย ไม่พูดจาตะคอก หรือใช้น้ำเสียงกระด้าง
มารยาทในวงสนทนา: ไม่พูดสอดแทรกในขณะที่ผู้อื่นกำลังพูดอยู่ เป็นผู้ฟังที่ดี และไม่ผูกขาดการสนทนาไว้เพียงผู้เดียว
การรักษาสัจจะและหลีกเลี่ยงการสร้างความแตกแยก: ไม่พูดโกหก ไม่พูดส่อเสียด ไม่นินทาว่าร้าย หรือนำความลับของผู้อื่นไปเปิดเผย
การแสดงไมตรีจิต: รู้จักกล่าวคำว่า "สวัสดี" "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ" ให้ติดเป็นนิสัย และไม่พูดจาโอ้อวดข่มผู้อื่น
เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด เพราะเมื่อใจคิดดี การกระทำและคำพูดก็จะดีตามไปด้วย
ความไม่เห็นแก่ตัว: มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่คิดเอาเปรียบผู้อื่น และพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก
ความเคารพและให้เกียรติ: ไม่คิดดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยฐานะ ชาติตระกูล หรือการศึกษา และมีความกตัญญูรู้คุณ
การควบคุมอารมณ์: ไม่ปล่อยให้ความโกรธ ความอิจฉาริษยา หรือความโลภเข้าครอบงำจิตใจ รู้จักให้อภัย
ความซื่อตรง: มีความละอายและเกรงกลัวต่อการทำผิด (หิริโอตตัปปะ) ซื่อสัตย์ต่อตนเองและหน้าที่การงาน
หัวใจสำคัญ: สมบัติผู้ดีสอนให้เรารู้จัก "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" หากใจเรา (มโนจริยา) มีความเมตตาและให้เกียรติผู้อื่นเป็นที่ตั้ง การแสดงออกทางกาย (กายจริยา) และวาจา (วจีจริยา) ก็จะงดงามและเป็นที่รักของคนรอบข้างโดยธรรมชาติ